Archive for เรื่องสั้น..my SHORT Story

..เป็นไปไม่ได้..

ค่ำคืนเดือนหงาย — ลมหนาวพัดมาเอื่อยๆ — ทุ่งหญ้าต่างพริ้วไหวตามแรงลม — ยังมีความสว่างที่สาดส่องมาจากแสงจันทร์เพียงเล็กน้อย — เสียงแมลงตัวเล็กร้องระงมไปทั่วทุ่งหญ้า — ต่างกำลังร้องเพลงขับกล่อมให้หมู่ดาวบนท้องฟ้าที่มืดสนิทได้หลับใหลในคืนเดือนหงายคืนนี้ — อากาศเริ่มหนาวเย็นมากขึ้น ถ้าหากได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ ใต้ผืนผ้าห่มใหญ่ก็คงจะทำให้คืนนี้เป็นคืนที่อบอุ่นและมีความสุขอีกคืน

ไกลออกไปในทุ่งหญ้ากว้างแทบจะไม่มีอะไรเลย — มองไปสุดลูกหูลูกตาก็จะเห็นแต่ทิวแถวของยอดหญ้า — และเป็นเหมือนเช่นทุกคืน ชายหนุ่มคนนี้จะออกมายืนอยู่กลางทุ่งหญ้าเฝ้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างคนเลื่อนลอย — ชายหนุ่มยังคงเฝ้าค้นหาคนรักจากดวงดาวบนท้องฟ้า..ชีวิต..จิตใจ..และความรักได้พรากไปจากชายหนุ่มมานานปี — และคงไม่มีวันที่มันจะกลับมาหาเขาอีกครา — ภาพของหญิงคนรักยังคงตรึงแน่นอยู่ในดวงจิตและจะปรากฏต่อหน้าชายหนุ่มเสมอ — ทุกคราที่หัวใจของเขาร้องไห้

เสียงออร์แกนขับกล่อมท่วงทำนองเพลงเศร้าไปทั่วผืนทุ่งหญ้า — บทเพลงนี้ชายหนุ่มได้ถ่ายทอดออกมาจากก้นบึ้งของอารมณ์ — บทเพลงที่จะอยู่คู่กับชายหนุ่มตราบที่เขายังคงมีลมหายใจ — น้ำตาที่ค่อยไหลรินออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้นบ่งบอกให้รู้ว่าชายหนุ่มเศร้าและเสียใจมากเพียงใด — ไม่มีใครสามารถต่อเติมพลังให้กับชายหนุ่มได้ — ชายหนุ่มสิ้นหวัง โดดเดี่ยวและอ้างว้าง — เสียใจ เสียใจกับช่วงวันเวลาแห่งความสุขที่ผ่านมาที่เขาไม่สามารถจะตอบแทนสิ่งดีดีที่คนรักได้มอบให้เมื่อครั้งยังอยู่ด้วยกัน — เสียใจ เสียใจที่ไม่อาจจะย้อนวันเวลาเหล่านั้นกลับมาได้ — ชายหนุ่มภาวนาขอให้คนรักที่อยู่ ณ ที่ใดก็ตามได้ยินบทเพลงแห่งความเศร้าบทเพลงนี้

ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่บนเนินของทุ่งหญ้าผืนนี้ — หญิงสาวร่างน้อยผมยาวประเอวยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ — เธอรู้ว่าไกลพอที่จะไม่ทำให้ชายหนุ่มสังเกตเห็น — แต่แม้จะไกลแค่ไหนหญิงสาวก็รู้สึกเหมือนว่าชายหนุ่มยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าของเธอ — หญิงสาวอาศัยผืนผ้าผืนใหญ่โอบรัดตัวเพื่อสร้างความอบอุ่น — ทุกคราที่หญิงสาวอยู่ที่นี่และได้เห็นชายหนุ่ม ใจของเธอจะเต้นไม่เป็นจังหวะ — หญิงสาวเฝ้าถามตัวเองว่าเป็นเพราะเหตุใด — รักเขาเข้าแล้วหรืออย่างไร — กี่ครั้งที่หญิงสาวและชายหนุ่มสบตากันครั้งเมื่อเดินสวน — แต่สายตาที่ชายหนุ่มมองมาที่หญิงสาวนั้นมันช่างว่างเปล่า — ไม่ปรากฎภาพของเธอในนัยน์ของชายหนุ่มผู้นี้เลย

ยามค่ำคืนยังคงหลับใหลต่อไป — ตราบใดที่แสงตะวันยังไม่ทอประกายที่เส้นขอบฟ้า — หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธคำร้องขอของหัวใจ — ตอนนี้หญิงสาวสับสน ไม่มั่นใจที่จะก้าวเดินตรงไปหาชายหนุ่ม — แต่หญิงสาวไม่ต้องการให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างไร้ความหมาย — ถึงคราวที่หญิงสาวจะต้องทำตามความต้องการของหัวใจเสียที — หญิงสาวค่อยๆ ย่างกรายออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ — ลมหนาวพัดมาปะทะร่างอันบอบบาง — หัวใจเธอสั่น สั่นเพราะลมหนาวหรือเพราะชายหนุ่ม — หญิงสาวไม่รู้ — ทุกก้าวที่เดินไปบนทุ่งหญ้าภาพของชายหนุ่มก็ค่อยๆปรากฏแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น

วินาทีที่หญิงสาวยืนอยู่เบื้องหลังร่างของชายหนุ่ม — เหมือนเสี้ยวนาทีนี้ได้ประทับอยู่ในความรู้สึกของหญิงสาว — เธอไม่สามารถจะถอยหลังกลับไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ได้เพราะเธอยืนอยู่ตรงนี้แล้ว — คงเป็นเพราะกลิ่นกายของหญิงสาวที่แทรกเข้ามาในลมหายใจ — จึงทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดคร่ำครวญบทเพลงที่แสนเศร้าในบัดดล — กลิ่นกายนี้เป็นกลิ่นกายที่ชายหนุ่มรู้สึกคุ้นเคยเหมือนคยสัมผัสมาก่อน — เมื่อเขาเหลียวหลังกลับมายังเจ้าของกลิ่นกายนี้ — ตาของชายหนุ่มและหญิงสาวก็ประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ — หญิงสาวเขินอายแต่ก็ไม่ละสายตาออกไปจากชายหนุ่ม — นัยน์ตาของชายหนุ่มที่จ้องมองหญิงสาวยังคงว่างเปล่า — มีคำพูดมากมายที่หญิงสาวอยากเอื้อนเอ่ยออกมาเพื่อให้ชายหนุ่มที่เธอหลงรักมานานแสนนานได้รับฟัง

เหมือนห้วงเวลาได้ถูกสะกดให้หยุดอยู่ ณ เวลานั้น — หญิงสาวเฝ้าแต่จ้องมองนัยน์ตาคู่นั้น ได้แต่หวังว่าจะมีภาพของเธอปรากฏ — ชายหนุ่มรอคอยที่จะได้ฟังเสียงของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงเบื้องหน้า — ต่างคนต่างรอคอยกันและกัน ทั้งๆที่ความจริงมันไม่สามารถเป็นไปได้ — เพราะชายหนุ่มไม่สามารถมองเห็นหญิงสาว — และหญิงสาวเองก็ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวาจาให้กับชายหนุ่ม

ชะตาได้ลิขิตให้คนหนึ่งตาบอด — และชะตายังได้ลิขิตให้อีกคนหนึ่งเป็นใบ้

Advertisements

..จอมขี้เกียจ..

ห้องใต้ดินของบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในซอยของย่านชานเมือง

เมื่อเปิดประตูลงไปที่ห้องใต้ดินจะได้กลิ่นสาบที่คละคลุ้งกระจายอยู่เต็มห้อง — มองดูห้องนี้ในครั้งแรกก็คงจะนึกว่าเป็นห้องเก็บของแต่ถ้ามองอีกทีจะเห็นได้ว่ามันเป็นห้องที่คนอยู่อาศัย — ห้องนี้ทั้งอับชื้นไม่มีแม้กระทั่งช่องระบายอากาศ –อาศัยหลอดไฟดวงเล็กๆ ที่ติดๆ ดับๆ แขวนอยู่บนเพดานห้องซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้มองเห็นว่ามีอะไรอยู่ที่ไหนบ้างเลย — พื้นห้องเต็มไปด้วยเศษอาหารและเศษขนม — ข้าวของที่วางอย่างกระจัดกระจายหาความเป็นระเบียบไม่ได้ — ฝุ่นที่จับตัวหนาอยู่ตามพื้นและข้าวของเครื่องใช้บ่งบอกให้ทราบว่าเจ้าของห้องอาจจะไม่เคยทำความสะอาดเอาซะเลย — บนโต๊ะเล็กๆ มีขวดเบียร์ที่วางและล้มอยู่เกลื่อน — มีห่อขนมที่เปิดกินไปแล้วหลายห่อ — แถมมีแมลงสาปและมดไต่ตอมเศษอาหารที่ตกหล่นอยู่ตามโต๊ะและพื้นห้องเสมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของห้องนี้ — ใกล้ๆกันมีเตียงนอนหลังเล็กหลังหนึ่งทั้งผ้าปูและผ้าห่มยังยับยู่ยี่ดูๆแล้วเหมือนจะไม่เคยซักทำความสะอาดสักครั้ง — ด้านหน้าของเตียงนอนมีโทรทัศน์สภาพโทรมๆตั้งอยู่หนึ่งเครื่อง — จอภาพเป็นภาพซ่าๆของสัญญาณโทรทัศน์ที่ไม่ชัดสักเท่าไร — ว่าแต่เจ้าของห้องนี้เขาไปอยู่ที่ไหนกัน ทำไมถึงได้เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้อย่างนี้

เสียงนาฬิกาแขวนดังสามครั้งบอกให้รู้ว่าเวลานี้เป็นเวลาสามนาฬิกา — มีเสียงกรนดังมาจากใต้ผ้าห่ม — เขาถีบผ้าห่มออกจากตัว — ชายเจ้าของเสียงกรนไม่ผิดกับคนร่อนเร่ตามข้างถนน สภาพอิดโรย ตัวเล็กผอมซูบ ตาลึกโบ๋ ผมยาวประบ่ายุ่งรุงรังเป็นสังกะตังเหมือนไม่เคยสระและหวีมาเป็นแรมเดือน — เสื้อกล้ามสีมอซอจะขาวก็ไม่ขาวจะเหลืองก็ไม่เหลือง กางเกงที่ใส่ก็ไม่ต่างอะไรกับเสื้อมากนัก ไม่รู้ว่ากี่วันเขาถึงจะเปลี่ยนชุดสักที — ใครๆในละแวกนี้แม้แต่แม่ของเขาเองก็ขนานนามให้เขาว่า “จอมขี้เกียจสันหลังยาว” เพราะวันๆไม่เคยจะทำอะไรเลยนอกจากนั่งๆนอนๆดูโทรทัศน์ — ดูไปกินเบียร์ไปแกล้มขนมไป — มือซ้ายถือขวดเบียร์ส่วนมือขวาก็ถือรีโมท — เรียกได้ว่าจิ้มรีโมทกันเป็นระวิง

เสียงรายการโทรทัศน์ดังขึ้นอัตโนมัติทำให้จอมขี้เกียจตื่นขึ้นมาด้วย — ถึงเวลาเริ่มต้นวันใหม่อีกครั้งของเขา “ปวดฉี่จังโว๊ย” แต่ด้วยความขี้เกียจลุกเดินขึ้นไปเข้าห้องน้ำที่อยู่บนบ้าน — เขาจัดการคว้าเอาคอมฟอร์ทที่วางอยู่ด้านข้างเตียงมาเป็นห้องน้ำส่วนตัว — ขยี้ตาสองสามทีก็ลุกนั่งดูโทรทัศน์เหมือนเด็กที่จดจ่อรอดูรายการที่ตัวเองชื่นชอบ — เขาหยิบห่อขนมที่เปิดกินทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน — ใช้นิ้วคีบหนวดแมลงสาปออกจากห่อขนมแล้วปล่อยมันลงพื้น — เขาหยิบขนมใส่เข้าปากเคี้ยวกรุบๆอย่างหน้าตาเฉยแต่สายตาก็ไม่ละไปจากโทรทัศน์ — อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงรายการการ์ตูนเรื่องเก่าแต่เอากลับมาฉายใหม่อีกครั้ง — เรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนเรื่องโปรดของเขาเลยก็ว่าได้ — กลิ่นฉุนจากคอมฟอร์ทที่วางอยู่ข้างๆเตียงนอนเริ่มโชยกลิ่นฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้อง แต่เขากลับไม่รับรู้ถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้เลย 5-6 วันเขาถึงจะจัดการเอามันไปเททิ้งทีเพราะเขาต้องขึ้นไปหอบเบียร์และขนมมาตุนเก็บเอาไว้ในห้อง — เสียงแม่ของเขาตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างบนบ้าน — บ่งบอกให้รู้ว่าแม่ของเขาไม่มีความอดทนเหลืออยู่แล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรที่อยู่ภายนอกห้องนี้ — สมาธิทั้งหมดถูกนำไปอยู่หน้าจอโทรทัศน์ “กร๊อบ..กร๊อบ” เสียงกระดูกจากการบิดขี้เกียจบอกให้รู้ว่าตอนนี้เขานั่งๆนอนๆดูโทรทัศน์มาค่อนวัน — เขาหาวนอนสองสามหาว เปลือกตาก็เริ่มคล้อยต่ำลง เสียงนาฬิกากำลังเดินไปเรื่อยๆ — รายการโฆษณาอวดอ้างขายสินค้าเพื่อชักชวนให้ผู้ชมหลวมตัวหมุนเบอร์โทรศัพท์เพื่อสั่งจองสินค้ายังคงดำเนินรายการไป — จอมขี้เกียจไม่ได้สนใจรายการประเภทนี้สักเท่าไหร่แต่ก็เขาก็ดูเพียงเพื่อคั่นเวลาเท่านั้น — เสียงเจี้ยวแจ้วของผู้ดำเนินรายการกำลังโปรโมทสินค้าตัวใหม่อย่างเมามัน — “เปลี่ยนให้คุณเป็นคนใหม่” — นี่คือสโลแกนของสินค้าตัวนี้ — มีการรับรองว่าสินค้าชิ้นนี้ได้ผลแน่นอนโดยให้ลูกค้าที่ได้ทดลองใช้แล้วมาคุยโว สลับกับภาพของผู้ดำเนินรายการ — จอมขี้เกียจก็ค่อยๆหลับ — เริ่มมีเสียงกรนเบาๆ — ในขณะเดียวกันแม่ของเขาซึ่งกำลังทำอาหารเย็นอยู่ข้างบนบ้านก็ดูรายการนี้เช่นเดียวกัน

เสียงกุกกักๆ ดังมาจากห้องครัวที่อยู่ทางด้านหลังของตัวบ้าน — อาหารกระป๋องรวมทั้งเนื้อสดผักสดวางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ — มีกลิ่นหอมฉุยของซุปลอยออกมาจากหม้อที่ตั้งไฟอยู่บนเตา — ชามสลัดถูกจัดวางและตบแต่งด้วยผักผลไม้หลากชนิดพร้อมที่จะยกเสิร์ฟ — ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังจะเอาชิ้นเนื้อสดลงทอดในกระทะ — เขาอัมเพลงไปทอดเนื้อไปเหมือนคนมีความสุขที่ได้ทำอาหาร — เนื้อทอดสุกปานกลางที่แม่ชอบกับสุกมากของเขาได้ที่แล้ว — ชายหนุ่มจัดการตักใส่จานที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร — เขาทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ในครัวและนำไปวางไว้อย่างเป็นระเบียบ — ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาไม่ได้แตกต่างไปจากจอมขี้เกียจเลย — แต่เขาคือจอมขี้เกียจนี่นา — ผมเผ้าถูกหวีจัดทรงเข้ารูป เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน หน้าตาผ่องใส เสื้อผ้าที่สวมใส่สะอาดหมดจดไม่มีคราบเหลืองให้เห็น — ชายหนุ่มเรียกแม่มาทานอาหารเย็นในครัว — ตอนนี้แม่ของเขาดูจะมีความสุขมากเพราะไม่มีลูกชายจอมขี้เกียจคนเดิมอยู่ในบ้านนี้อีกแล้ว — มีแต่ลูกชายคนใหม่ที่แตกต่างจากคนเก่าราวฟ้ากับดินอย่างที่แม่ของเขาต้องการ 

เดินย้อนลงไปดูที่ห้องเล็กๆอีกครั้ง — นาฬิกากำลังเดินไปเรื่อยๆ — ห้องนี้กลายเป็นห้องเก็บของอย่างถาวร — มีหยากไย้และฝุ่นจับเต็มไปหมด — หลอดไฟที่แขวนอยู่บนเพดานก็ใช้การไม่ได้แล้วต้องอาศัยแสงที่เล็ดลอดผ่านมาเข้าในห้องนี้เพียงน้อยนิดในการมองเห็น — แมลงสาป 2-3 ตัวกำลังเอร็ดอร่อยกับเศษขนมที่ยังมีหลงเหลืออยู่บนพื้นห้อง ไม่มีใครแม้สักคนอยู่ในห้องนี้ — เหลือบมองดูโทรทัศน์เก่าที่ตั้งอยู่ด้านหลังของห้อง — คล้ายๆมีเสียงอะไรบางอย่างแต่มันไม่น่าจะเป็นเสียงจากโทรทัศน์เพราะปลั๊กโทรทัศน์ไม่ได้ถูกเสียบที่ขั้ว — แต่มีบางสิ่งอยู่ด้านในจอโทรทัศน์ — มันเล็กมาก เล็กซะจนเกือบมองไม่เห็น — นั่นมันจอมขี้เกียจนี่นา!!?!!?