Archive for ซีรีส์ไต้หวัน

Down With Love — Jiu Xiang Lai Zhe Ni — 就想賴著妳

ถือว่าเป็นซีรีส์ไต้หวันเรื่องหนึ่งที่เหล่าแฟนคลับและที่ไม่ใช่แฟนคลับต่างก็ตั้งตารอคอยชมผลงานชิ้นเยี่ยมเรื่องนี้ .. เพราะถือว่าเป็นการโคจรมาเจอะกันครั้งแรก (และหวังว่าจะมีครั้งต่อไปด้วยนะ) ระหว่างขวัญใจสาวเล็กสาวใหญ่อย่างอาเฮียเจอรี่กับสาวน้อยน่ารักบุคลิกห้าวๆเหมือนทอมอย่างคุณน้องเอลล่าแห่งวง S.H.E แค่ชื่อนักแสดงนำชาย-หญิงก็การันตีความสนุกได้เลยครับงานนี้

 

 

ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้เรื่องนี้ที่มาพร้อมกับความยาว(เพียง) 16 ตอน และใครหลายๆคนคงจะรู้สึกเหมือนกันว่าทำไมมันสั้นจังเลย ซึ่งออกอากาศที่ไต้หวันไปเมื่อต้นปี 2010 (แต่ฉันเพิ่งจะได้ดูเนี่ยนะ!!!!)

 

ทนายความหนุ่มหล่อที่มีชื่อเสียงมากอย่าง Xiang Yu Ping (รับบทโดย Jerry Yan) ที่คนภายนอกมองเค้าว่าเลือดเย็น เห็นแก่ตัว และไม่มีความเมตตา (เป็นผู้ชายที่โหดนะเนี่ย) จับพลัดจับผลูต้องมาเจอะกับนางเอกน่ารักอย่าง Yang Guo (รับบทโดย Ella Chen) ที่เพิ่งถูกแฟนบอกเลิกเพียงเพราะเธอดูไม่เหมือนผู้หญิง (ซะอย่างงั้นเน๊าะผู้ชาย) .. และความเข้าใจผิดของทนายเสียงยู่ผิงที่หลงคิดว่าหยางกู๋ของเราเป็นทอมเลยพลอยทำให้เกิดเรื่องราวมากมายขึ้น

 

บทบาทสำคัญของตัวละครที่ขาดไม่ได้ก็คือ Yang Duo (รับบทโดย Kelly Huang) พี่สาวจอมประหยัดและจอมงกสุดสุดของหยางกู๋ที่วางแผนให้น้องสาวเข้าไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงของหลานเจ้านายตัวเอง โดยที่ต้องโกหกว่าน้องสาวไม่ได้ชอบผู้ชายเลยจริงๆเจ้านาย (ตรงตามเงื่อนไขในการสรรหาพี่เลี้ยงเด็กของพระเอก) .. Qi Ke Zhong (รับบทโดย Michael Zhang) สถาปนิกหนุ่มที่เป็นเพื่อนของเสียงยู่ผิงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังรักผู้หญิงคนเดียวกันอีกด้วย (ทั้งในอดีตกับ Ding Hui Fan และปัจจุบันกับหยางกู๋) .. สาวๆหลายคนอาจจะคิดไม่ตกว่าจะเชียร์ใครให้คู่กับนางเอกของเราดี เพราะคนนึงก็เอาใจใส่นางเอกเหลือเกิน ส่วนอีกคนก็ดูอบอุ๊นอบอุ่น (อิ อิ)

 

เรื่องนี้ทำให้เรามองเห็นความรักหลายแบบ หลายด้าน หลายสถานการณ์ .. ความรักโดยการเสียสละแม้คนที่เรารักเค้าจะไม่รักเรา แต่เราก็พร้อมที่จะเป็นกำลังใจและคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ .. ความรักแบบมัดมือชกให้คนอื่นมารักด้วย โดยการโกหกหัวใจตัวเองทำอย่างนี้ถูกต้องแล้ว .. ความรักที่อาศัยความเชื่อใจกันและกันมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว .. ความรักแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ยอมรับความจริงที่ว่า “เขาไม่ได้รักเราแล้ว” แต่ก็ดันทุรังที่จะไขว่คว้าเอากลับมาเป็นของตัวเองอีกให้จงได้ .. ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน สุดท้ายก็ปฏิเสธเสียงเรียกร้องของหัวใจไปไม่ได้ .. เวลาเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักและความจริงใจของคน

 

สำหรับ Original Soundtrack ของเรื่องนี้ถูกใจอย่างมากเพราะเพลงประกอบไพเราะจับใจเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Opening theme song กับเพลง Jiu Xiang Lai Zhe Ni (就想賴著你) ที่ร้องโดยอาเฮียเจอร์รี่ และ Ending theme song กับเพลงซึ้งๆอย่าง Ai Shang Ni (愛上你) ที่ได้สามสาวแห่งวง S.H.E มาร้องเพลงนี้ให้เราน้ำตาซึมๆ .. แนะนำให้ไปหาดู MV เพลงหลังนี้เลยนะจ๊ะ จะเห็นได้ว่าเวลาที่สาวเอลล่าของเราร้องเพลงเนี่ย เธอจะดูเป็นผู้หญิงที่สวยขึ้นมาทันตาเห็นเลยทีเดียว กลายเป็นคนละคนกับในละครเลยล่ะ (ทึ่งนะเนี่ย)

 

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • พล็อตเรื่องน่ารักมากเลย ดูได้เพลินๆไม่มีเบื่อ แถมยังไม่เห็นสถานที่สวยๆของประเทศไต้หวันอีกด้วย (ไม่ว่าจะเป็นตึก Taiwan 101 หรือตอนที่พระเอกขับรถพานางเอกไปปลอบขวัญที่ต่างเมือง)
  • และที่แน่นอนเป็นที่สุดก็คงจะไม่พ้นพระเอก-นางเอกของเรา รวมไปถึงพระรองสุดน่ารักในที่นี้ด้วยจ้า (5 5 5 เอาจนได้สิเนี่ย)
Advertisements

Starlit — 心星的淚光 – สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

นานๆจะได้ดูซีรีส์โรแมนติกไต้หวันที่ทำให้เราอมยิ้มและซึ้งจนน้ำตาซึมสักที – เฮียเจอรี่ของอีชั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับบทบาทการแสดงในเรื่องนี้ (รวมทั้งความหล่อเหลาของเฮียด้วย อิ อิ)

 

เฮียเจอรี่ (Jerry Yan แห่ง F4) ในเรื่องรับบทเป็นนักเปียโนผู้ที่มีพรสวรรค์นามว่า Cheng Yue  เล่าเรียนฝึกปรือวิทยายุทธ์ เอ๊ย! การเล่นเปียโนตั้งแต่เป็นเด็ก เป็นความหวังเดียวของผู้เป็นแม่ที่ขวนขวายเก็บเงินเก็บทองซื้อเปียโนและส่งลูกเรียนจนสามารถเป็นนักเปียโนที่มีชื่อเสียง – แต่แล้วพรหมลิขิตหรือชะตากรรมแห่งความรักทำให้วันนั้นซึ่งเป็นวันที่เฉินเย่ต้องไปพบกับ Yan Rui Shan  (รับบทโดย Alice Ceng) นักเชลโล่แฟนสาว ณ เวลานั้น และในขณะเดียวกันที่ Dong Xiao Lu  (รับบทโดย Terri Kwan) สาวจีนแผ่นดินใหญ่เกิดอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงขึ้นจนไม่สามารถก้าวเท้าหลบรถที่กำลังวิ่งมาชน – เฉินเย่ก็เลยต้องวิ่งเข้าไปช่วยเสียวลู่จนมือถูกรถทับทำให้ไม่สามารถเล่นเปียโนได้ดังเดิม สร้างความเสียใจให้กับตัวเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก จนหนีออกจากบ้านไปรักษาตัวและหัวใจถึงเซียงไฮ้

เวลาผ่านไปสองปี โชคชะตาก็ได้นำพาให้คนทั้งสองมาเจอกันโดยบังเอิญ — เสียวลู่สาวผู้ที่มีจิตใจดีก็คอยช่วยเหลือพระเอกของเราอย่างเต็มที่ทุกวิถีทางจนเขาหันเหชีวิตจากนักเปียโนมาเป็นนักการตลาดของบริษัทโฆษณาที่นางเอกของเราทำงานอยู่ — ทัศนคติและการมองโลกในอีกด้านของเสียวลู่ ก็ค่อยๆทำให้เฉินเย่เริ่มมีความรู้สึกดีดีกับเสียวลู่ และทำให้เฉินเย่ได้มองเห็นโลกอีกด้านหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ความรักและความผูกพันที่กำลังลุล่วงไปด้วยดีก็ต้องมีหันเปลี่ยนไป เพราะอาการป่วยของเสียวลู่เริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจนและบ่อยครั้งขึ้น – และด้วยความที่เสียวลู่ของเราไม่อยากเป็นตัวขัดขวางอนาคตและความก้าวหน้าของเฉินเย่ เธอก็จะพยายามปฏิเสธเขาตลอดว่าไม่ได้มีใจให้เลยสักนิด — เราจะได้เห็นฉากซึ้งๆพร้อมกับเพลงประกอบที่ไพเราะที่ทำเราพลอยเศร้าจนต้องเสียน้ำตาไปด้วยไม่ได้ — ตัวละครอีกตัวหนึ่งที่ดูแล้วก็พลอยเศร้าตามไม่ได้คงจะเป็นพ่อของเสียวลู่ เพราะเขาเคยสูญเสียภรรยาเพราะโรคนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง มาคราวนี้ยังต้องมารับมือกับโรคร้ายที่กำลังคุกคามลูกสาวตัวเองอีก — การที่คนเราต้องมาทนเห็นคนที่เรารักมากๆจากไปถึงสองครั้งสองคราคงเป็นเรื่องที่ทรมานใจอย่างที่สุด โดยเฉพาะกับคนเป็นพ่อแล้วที่ไม่สามารถปกป้องภรรยาตัวเองและลูกสาวตัวเอง (โอย..เศร้าสุดสุด)

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • แน่นอนอยู่แล้วว่า .. ต้องเป็นเฮียเจอรี่ — หล่อได้ใจจริงๆเลยนะเรา (อิ อิ)
  • และแน่นอนอยู่แล้ว .. ต้องเป็น Opening Theme Song: Wo Zhi Shi Xiang Yao Xing Fu (我只是想要幸福) I Only Want to be Happy by William So

ปล. พิเศษ พิเศษ ขอปิดท้ายด้วยภาพหล่อๆของเฮียเจอรี่หน่อยนะคะ (คริ คริ)

Miss No Good – 不良笑花

สาวน้อย Rannie Yang กลับมาคราวนี้พร้อมกับความร่าเริงสดใส สลัดคราบสาวน้อยโมโมจากเรื่อง Superstar Express แบบหมดจดเกลี้ยงเกลา

 

ในเรื่องนี้เรนนี่รับบทเป็น Jiang Xiao Hua สาวน้อยผมหยิกฟูผู้แสนจะมองโลกในแง่ดี แถมยังภาคภูมิใจความเป็นตัวของตัวเองเป็นที่สุด (หลงตัวเองนั่นเอง) อารมณ์ขันสุดยอด สไตล์การแต่งตัวของตัวละครในบทนี้ก็ช่างคัลเลอร์ฟูลเสียจริงๆ ที่สำคัญไม่มีเซ้นส์ในการแต่งตัวเอาซะเลย ประมาณว่า “เธอช่างกล้า” หรือไม่ก็ “ทำลงไปได้”

ส่วนพระเอกของเราได้หนุ่มหล่อ Will Pan มารับบทเป็น Tang Men สไตล์ลิสต์หนุ่มชื่อดังและกูรูทางด้านความสวยความงาม – ผู้ที่ไม่เคยเจอะเจอผู้หญิงอย่างนางเอกของเรามาก่อน สุดท้ายก็ต้องมาช่วยแปลงโฉมนางเอกของเราให้เป็นผู้หญิงที่ดูดีเหมือนคนอื่นจนได้ (เหนื่อยหน่อยนะจ๊ะ)

พระรองของเราก็น่ารักไม่หยอกเชียวนะเพราะได้หนุ่มเชื้อสายญี่ปุ่นอย่าง Fujioka Tatsuo หรือ Teng Gang Dian มารับบทเป็น Jia Si Le เพื่อนของนางเอกสมัยที่เรียนประถมก่อนจะย้ายไปญี่ปุ่นและกลับมาเจอกับนางเอกอีกครั้ง จากเจ้าหมูอ้วนที่ถูกเพื่อนๆรังแกเมื่อครั้งยังเป็นเด็กกลับกลายมาเป็นหนุ่มหล่อเฟี้ยวอย่างคาดไม่ถึง — แอบลุ้นและหวังอยู่ในใจว่าให้ลงเอยกับนางเอกของเราซะทีเถอะเพราะน่ารักถูกใจคุณพี่จริงๆเลย (ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

สำหรับนางรองของเราก็ได้สาวหน้าหวาน Michelle Chen ที่คุ้นหน้ากันจากเรื่อง Wish to See Again และ Why Why Love (กลับมาโคจรประกบฝีมือกับเรนนี่อีกครั้ง) มารับบทเป็น Jiang Mi คู่หมั้นของ Jia Si Le ที่แอบหวังเอาชนะนางเอกของเราให้ได้ — ก็คิดดูสิว่าคู่หมั้นตัวเองดันไปตกหลุมรักผู้หญิงประหลาดๆอย่างนางเอกของเราได้ ผู้หญิงสวยๆเลิศๆอย่างนี้ก็คงจะยอมไม่ได้หรอก

Original Sound Track 

  • Opening theme song : Summer Craziness by Will Pan
  • Ending theme song : Take Me Away by Rainie Yang
  • Insert songs : The Same Regret by Will Pan / Too Confused by Rainie Yang

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • ความน่ารักสดใสของสาวน้อยเรนนี่ หยาง – แต่ดูแล้วตัวละครที่เรนนี่เล่นในเรื่องนี้บุคลิกคล้ายๆกับโนดาเมะเลยอ่ะ
  • พระรองน่ารักอีกแล้วพวกเรา (โฮ่ โฮ่ โฮ่)

จุดด้อยของซีรีส์เรื่องนี้

  • อาจจะต้องทนฟังเสียงของเรนนี่ หยางในตอนแรกๆให้ได้หน่อยนะ (เพราะเสียงช่างแหลมแสบแก้วหูจริงๆ) พอระบบประสาทการรับฟังของเราเริ่มเข้าที่เข้าทางก็จะทำให้ดูละครสนุกขึ้น

Superstar Express-ToGetHer-Ai Jiu Zhai Yi Qi

ช่วงนี้ตามติดซีรีส์ไต้หวันไว้หลายเรื่อง เปลี่ยนบรรยากาศมาฟังเสียงสนทนาแบบคนจีนคุยกันโขมงโฉงเฉงได้อารรถรสไปอีกแบบหนึ่ง — แถมซีรีส์เรื่องนี้ยังได้หนุ่ม Jiro Wang (อาหนุ่มต้าตงนั่นเอง) มาเป็นแม่เหล็กที่ทั้งดึงทั้งดูดสาวเล็กสาวใหญ่ได้เป็นอย่างดี

ขอชมความหล่อเหลาน่ารักของหนุ่มจิโร่ของเราก่อนละกัน แถมกลับมาคราวนี้คุณน้องของพี่มาพร้อมกับหุ่นที่ทั้งฟิตแอนด์เฟิร์มอีกต่างหาก มาดแม้นแมนขอบอก – ส่วนนางเอกหน้าตาจิ้มลิ้มนัยน์ตาใสแป๊วของเราอยู่หนู Rainnie Yang มาในเรื่องนี้มีลุคที่ออกจะดูหดหู่อยู่สักหน่อย บทที่ได้ไม่ใช่สาวน้อยร่าเริงสดใสตามสไตล์เดิมของเธอ

คุณน้องจิโร่ มาในบทของ Zhuang Jun Nan หรือ Mars นักร้องนักแสดงหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงแถมยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนแต่ก่อนอีกด้วย เพราะภาพลักษณ์ที่บังเอิญดันออกมาไม่ค่อยดีในสายตาของสื่อมวลชน ทางต้นสังกัดก็เลยต้องหาหนทางปลุกปล้ำกันใหม่ด้วยการจับอดีตขวัญใจวัยโจ๋ไปเรียนหนังสือ (ซะงั้น) และทำให้มาพบกับสาวน้อยเรนนี่ หยางในบทของ Chen Mo Mo สาวน้อยผู้หลงใหลและชื่นชอบ “Casaba the Alien Prince” พระเอกในหนังสือการ์ตูนมาตั้งแต่ยังเด็ก — Mars ต้องกลายเป็นมาเพื่อนร่วมชั้นเรียนและผู้เช่าห้อง(เพื่อนร่วมบ้าน)ไปโดยปริยายกับ Mo Mo – นอกเหนือจากพระเอกนางเอกคู่นี้แล้ว ก็ยังมีหนุ่ม(ปัญญา)น้อยอีกคนที่เป็นเพื่อนกับ Mo Mo มาตั้งแต่ยังเด็กนั่นก็คือ Wei Jia Sen (รับบทโดย George Hu) ถึงแม้จะมีพัฒนาการทางด้านสมองช้า แต่เขาก็สามารถเป็นกัปตันทีมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยได้ หนุ่มจอร์จของเราสามารถแสดงออกมาได้อย่างน่ารักทีเดียว

ความแตกต่างของคนของคนสองคนทำให้ค่อยๆเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปของกันและกันได้ทีละเล็กทีละน้อย กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆก่อตัวโดยไม่รู้ตัว — อุปสรรคที่ให้ฟันฝ่ามาเพื่อความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่เข้มแข็งและมั่นใจในกันและกัน ยิ่งพอถึงฉากซึ้งดูแล้วก็อดน้ำตาซึมไปด้วยไม่ได้ น่ารักทั้งคู่เลยนะเรา

Original Sound Track

  • Opening theme song : Loving More and More (Yue Lai Yue Ai) by Fahrenheit
  • Ending theme song : Mo Mo Silently by Fahrenheit

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้ 

  • แน่นอนอยู่แล้ว!! ก็ต้องคุณน้องจิโร่ของพี่นั่นเอง (อิ อิ)
  • นานๆจะเห็นสาวน้อยเรนนี่มาในบทขรึมๆแบบนี้

จุดด้อยของซีรีส์เรื่องนี้

  • นึกไม่ออกอ่ะ

The Mischievous Princess – 刁蠻公主 – องค์หญิงแสนซน

นานๆจะได้มีโอกาสดูหนังจีนที่แต่งองค์ทรงเครื่องย้อนยุคกันสักที มาคราวนี้ก็ไปหาหยิบยืมจากพี่ที่ทำงานเพราะขานี้คอหนังจีนจริงๆ

สาวน้อยหน้าวาน จาง นารา (Jang Nara) ข้ามน้ำข้ามแผ่นดินมาแสดงฝีมือให้กับ CCTV ของจีนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในปี 2005 (ก่อนที่ละครเรื่องที่สองจะตามมาในปี 2007 กับเรื่อง Good Morning Changhai หรือ Chun Bai Zhi Lian )

ในเรื่องนี้สาวน้อยจาง นารา รับบทเป็น ซือถูจิ้ง ลูกสาวคนเล็กแห่งบ้านตระกูลซือถู ที่ชอบแปลงกายเป็น เสี่ยวหลงเซีย หนุ่มน้อยผู้เป็นโรบินฮู้ดปล้นเงินคนรวยเพื่อช่วยเหลือคนจน – มีความทะเล้น แสนซน น่ารักน่าเอ็นดู เก่งกาจเฉพาะตัว จิตใจดี มีความคิดก้าวหน้า และเป็นผู้ที่จะมาช่วยชี้แนะฮ่องเต้ – ความลับที่มีมาแต่กำเนิดของคุณหนูซือถูนั่นก็คือ เธอเป็นองค์หญิงที่รอดชีวิตมาจากราชวงศ์ที่แล้ว แต่เพราะความที่เป็นคนจิตใจดีไม่ยึดติดกับเรื่องราวในอดีต สามารถโน้มน้าวสมาชิกกระบวนการกู้ชาติให้กลับตัวกลับใจใหม่ได้

Alec Su หรือ Su You Peng รับบทเป็น ฮ่องเต้ซู่หยุน เมื่อเปรียบเทียบย้อนไปสมัยที่แสดงเรื่ององค์หญิงกำมะลอ หนุ่มอะเล็ก ซู ก็ไม่ได้ดูแตกต่างจากสมัยนั้นสักเท่าไหร่ (ดูยังไงก็ยังคงเป็นฮ่องเต้ผู้ใสซื่อจนเกินไป) — แต่บทของฮ่องเต้ในเรื่องนี้จะนำเสนอฮ่องเต้ที่ความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ความคิดเฉียบแหลม ปกครองบ้านเมืองด้วยคุณธรรม เข้าใจไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ อ่อนนอกแข็งใน รักความยุติธรรมและความถูกต้อง – แม้ฮ่องเต้จะมีความน้อยเนื้อต่ำใจกับไทเฮาในเรื่องของการตัดสินใจในการทำงาน จนฮ่องเต้พร้อมยอมสละบังลังก์เพื่อให้ไทเฮาได้ปฏิบัติหน้าที่แทน แต่เพราะความเป็นฮ่องเต้ที่ดี อีกทั้งไทเฮาเป็นแม่ที่ดี ทำให้เรื่องราวต่างๆผ่านไปได้ด้วยดี — เรียกได้ว่าเป็นฮ่องเต้ซู่หยุ่นคือฮ่องเต้ในดวงใจของประชาชีถ้วนหน้านั่นเอง

พระรองของเราในเรื่องนี้ได้หนุ่ม Lu Xing มารับบทเป็น ไป่หยุนเฟย ผู้ที่เดินทางเข้ามาเมืองหลวงเพื่อมาสู่ขอองค์หญิงอันหนิง แต่ด้วยความเข้าใจผิดของลูกสมุนเสี่ยวหลงเซียทำให้ปล้นผิดคน และกลับกลายเป็นว่าเรื่องราวนี้ทำให้ ฮ่องเต้และไปหยุนเฟยต้องกลายมาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับนางเอกของเราซะอย่างนั้น – คนดูอย่างเรากลับลุ้นและแอบเอาใจช่วยคุณชายไป่ให้ได้ครองคู่กับคุณหนูซือถู ก็พี่ท่านสุขุมลุ่มลึกและก็หล่อกว่าฮ่องเต้นี่นา (อิ อิ)

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • การแสดงที่น่ารักสดใสของสาว จาง นารา ก็สะกดคนดูได้ทุกเมื่อ
  • ความประทับใจในความรักที่ความตายไม่อาจพรากได้ของ ซือถูเจียนหนาน (รับบทโดย Lin Jiang Guo) กับ เหวินเซียง (Gao Lu) — อุปสรรคความรักและความเสีย

จุดด้อยของซีรีส์เรื่องนี้

  • No comment จ้า

« Previous entries