Archive for ซีรีส์เกาหลี

To the Beautiful You — Areumdawoon Geudaeege — 아름다운 그대에게

คิดเหมือนกันมั้ยคะว่า หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นหนึ่งเรื่องสามารถสร้างซีรีส์ได้หลายเวอร์ชั่นและหลายภาษา และกี่เวอร์ชั่นก็ยังดังเป็นพลุแตกอีกด้วยสิ  (แต่บ้านเราเพิ่งมี Coffee Prince เวอร์ชั่นไทยสไตล์ไปเพียงเรื่องเดียว ดังไม่ดังอันนี้ท่านเป็นผู้ตัดสินเองดีกว่า)

ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ก็เช่นกัน ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเรื่อง Hanazakari no Kimitachie หรือเรียกสั้นๆว่า Hana Kimi มีทั้ง Japan Style (2008 รีเมคอีกครั้ง 2011) ,Taiwan Style (2006) และ Korea Style (2012) ผู้บริโภคก็รับไปเต็มๆกับความหล่อ น่ารัก ของหนุ่มๆในแต่ละประเทศ .. สำหรับอิชั้นแล้ว อิชั้นชอบเวอร์ชั่นของอู๋จุนมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะอู๋จุนเค้าเป็นนักกีฬามาก่อน พอมารับบทเป็นนักกรีฑากระโดดสูงก็เลยแม๊นแมน แอนด์ แฮนด์ซั่ม (^O^) ส่วนเอลล่า (Ella แห่งวง S.H.E.) เธอก็เหมือนผู้ชายซะเหลือเกิน ทั้งคำพูดหรือการแสดงออก ซึ่งทำออกมาได้น่ารักทีเดียวสำหรับเวอร์ชั่นไต้หวัน

วกกลับมาเกาหลีอีกรอบจ้า .. ซีรีส์ตลกวัยรุ่นผสมกับความน่ารักเรื่องนี้มาพร้อมกับความยาว 16 ตอน นำเสนอธีมความหวังและความฝันของนักกีฬา (และผู้มีหัวใจนักกีฬา) โดยในเรื่องนี้พระเอกของเราเป็นนักกรีฑากระโดดสูง Kang Tae Joon (รับบทโดย Choi Minho แห่งวง Shinee)แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดอาการที่ทางการแพทย์เรียกว่า YIPS และก็เริ่มหมดหวังกับการกระโดดสูง แต่เขาจะรู้หรือไม่ว่าเขาคือแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นสู้ และเธอคนนี้นี่เองที่จะมาจุดประกายความหวังและความฝันให้กับเขา

Goo Jae He (รับบทโดย Sulli Choi แห่งวง f(x)’s) ซึ่งเมื่อทราบข่าวร้ายเกี่ยวกับไอดอลของเธอแล้ว เธอยอมลงทุนปลอมตัวเป็นผู้ชายและการโอนย้ายไปยังโรงเรียนของแทจุน ความตั้งใจของเธอก็คือจะช่วยให้เขากลับมากระโดดสูงได้อีกครั้ง

อีกหนึ่งหนุ่มที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็น Cha Eun-gyeol (รับบทโดย Lee Hyun Woo หนุ่มหน้ามนคนน่ารักของแฟนคลับหลายๆคน) นักฟุตบอลขวัญใจสาวแท้สาวเทียม เป็นคนที่มีเสน่ห์และมีความสามารถ ด้วยความหน้าตาดีและมองโลกในแง่ดีของเขานี่เองที่ทำให้เขาได้รับความรักมากมายจากผู้หญิง แต่ตอนนี้ทำไมหัวใจของเขาถึงเต้นระรัวเวลาที่อยู่กับกูเจฮีด้วยน้า แถมเจ้าตัวกำลังสับสนว่าตกลงตัวเองรักผู้ชายด้วยกันใช่มั้ยเนี่ยยยย

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • สถานที่ถ่ายทำสวย ยิ่งเห็นห้องนอนของเด็กหอที่นี่แล้วยังอยากจะก๊อปเอามาทำห้องให้เจ้าแมตต์เลยอ่ะ
  • การถ่ายทำซีนที่พระเอกกระโดดสูงทำออกมาสวยงามมากๆ

จุดด้อยของซีรีส์เรื่องนี้

  • Wu Chun ดูดีกว่า
  • Ella Chen ชนะขาด!!
  • Jiro Wang มีความทะเล้น สดใสเป็นธรรมชาติ .. น่ารักอ่ะ
Advertisements

Baby Faced Beauty — 동안미녀

ตั้งแต่ดูละครมาเนี่ย (ไม่ว่าชาติไหน) คงจะมีเรื่องนี้แหละที่ตัวละครที่เป็นนางเอกถูกอกถูกใจและเข้าถึงตัวเจ้าของอิชั้นมากที่สุด .. สมัยก่อนเมื่อครั้งเรียนหนังสือร่ายยาวมาจนถึงสมัยนี้ที่ทำงานทำการแต่งงานมีสามีมีลูก ตัวอิชั้นก็ยังคงถูกถามไถ่ถึงอายุอานาม และพอบอกตัวเลขไปก็มักจะไม่มีใครเชื่อเพราะอายุกับหน้าตามันวิ่งไล่กวดกันไม่ทันซะเท่าไหร่นัก ซึ่งดันมาเหมือนกับนางเอกในเรื่องนี้เข้าจนได้สิเนี่ย

การกลับมาเกาหลีใต้คราวนี้ของสาว Jang Na Ra ถือว่ากลับมาได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน แถมยังมารับบทเป็น Lee So Young สาววัย 34 ที่มีความใฝ่ฝันมาแต่เด็กว่าอยากจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับคนที่สวมใส่แล้วมีความสุข .. แต่เพราะเธอไม่ได้เรียนจบจากสถาบันใดๆ (อันเนื่องมาจากปัญหาทางการเงินของครอบครัว) แถมยังอายุก็ปาไป 34 ปีแล้วด้วย ทำให้วันหนึ่งเธอถูกที่ทำงานเชิญให้ออกจากงานด้วยเหตุผลอันงี่เง่าว่าเธอหน้าเด็กคงจะหางานใหม่ทำได้ แต่ความจริงใครล่ะจะรับคนที่อายุมากแล้ว แถมยังเรียนไม่จบจากที่ไหนอีก มีแค่ประสบการณ์สิบกว่าปีเท่านั้นเอง .. ใครก็ตามที่ดูซีรีส์เรื่องนี้ก็คงพร้อมจะให้กำลังใจเธอคนนี้ไปตั้งแต่ต้นจนจบอย่างแน่นอน

Choi Jin Wook (รับบทโดย Choi Daniel) ชายหนุ่มอารมณ์ดี มีตำแหน่ง MD ของ The Style (Fashion Design Company) อายุ 27 ปี คนที่เต็มใจคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจคนที่เขาคิดว่าชื่อ “ลีโซจิน” สาวหน้าใสวัย 25 แต่แท้จริงแล้วเธอคือ “ลีโซยัง” สาวหน้าเด็กแต่อายุห่างจากเขาถึง 7 ปี .. ไม่รู้ว่าจะมีใครสังเกตหรือคิดเหมือนกันบ้างหรือเปล่าว่ารอยยิ้มและสายตาของพ่อพระเอกคนนี้เหมือนคุณพี่เรนเป็นอย่างมาก .. น่ารักอ่าาาา

แนะนำพระเอกไปแล้วก็ขอแนะนำพระรองกันบ้าง .. ตามสไตล์ซีรีส์เกาหลีเค้าแหละที่พระรองจะต้องหน้าตาดี ฐานะดี ตำแหน่งหน้าที่การงานดี ดูเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่นและอ่อนโยน และเริ่มแรกเดิมทีจะยังไม่ถูกใจนางเอกจนกว่าจะเห็นความดีของนางเอกเข้าให้ .. พระรองในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน Ji Seung Il (รับบทโดย Ryu Jin) เจ้านายและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ The Style ที่มองเห็นพรสวรรค์และความสามารถในการออกแบบและตัดเย็บ เค้าอาจจะไม่ได้ช่วยเหลือนางเอกของเราโดยตรงแต่ก็แอบทำให้แม่ยกหลายๆคนปลื้มใจแทนนางเอก (5 5 5)

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • อบอวนด้วยรอยยิ้ม ความสุข ความสนุก และเพลิดเพลินไปกับการได้ดูเหล่าดีไซน์เนอร์ออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า (ชอบจริงๆ)
  • 2011 KBS Drama Awards : Excellence Award for Mini Series, Actor (Choi Daniel) , Excellence Award for Mini Series, Actress (Jang Na Ra)

King of Baking, Kim Tak Goo — 제빵왕 김탁구

คงต้องสารภาพก่อนว่า ความจริงแล้วเกือบจะไม่ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วด้วยซ้ำ เพราะอ่านดูเรื่องย่อแล้วก็รู้สึกว่างั้นๆแหละ ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย .. สงสัยใช่มั้ยล่ะว่าทำไมถึงย้อนกลับมาดูซีรีส์เรื่องนี้ ขอเฉลยเลยว่าที่ดูเรื่องนี้ก็เพราะพ่อหนุ่มยิ้มสยาม Yoon Shi Yoon พระเอกของเรื่องนี้นี่เองเพราะดันไปดูเรื่อง Me Too, Flower! เข้าให้เลยติดใจนักแสดงหนุ่มคนนี้ ที่แท้ก็แสดงเรื่อง Baker King, Kim Tak Goo มาก่อนนี่เอง เกือบพลาดซีรีส์ดีดีแล้วสิเรา

เคยอ่านแต่การ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนทำขนมปัง เลยไม่ได้คาดหวังว่าซีรีส์เกาหลีจะถ่ายทอดเรื่องราวของการทำขนมปังออกมาได้อย่างเต็มเหนี่ยวอย่างนี้ เพราะคิดว่าคงจะเน้นดราม่าหนักๆตามสไตล์กิมจิแล้วค่อยสอดไส้ขนมปังมานิดๆหน่อยๆก็เท่านั้นเอง .. แต่ที่ไหนได้ เกินความคาดหมายครับทั่นผู้ชม ซีรีส์เรื่องนี้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละคร รวมถึงจิตวิญญาณและความรักที่มีต่อการทำขนมปังของของคนทำขนมปังออกมาได้อย่างน่าติดตามมาก

ซีรีส์สำหรับครอบครัวที่แฝงความเป็นโรแมนติกดราม่าเรื่องนี้มาพร้อมกับยาวถึง 30 ตอนกันเลยทีเดียว (ดูให้อิ่มขนมปังจนจุกว่างั้นเถอะ) ว่าด้วยเรื่องราวของ Kim Tak Goo ลูกนอกสมรสของท่านประธานแห่ง Samhwa Enterprise (บริษัทใหญ่ที่ผลิตขนมปังของประเทศ) โดยผู้เป็นแม่ที่เข้าข่ายเป็นภรรยาน้อยหรือภรรยานอกสมรสต้องระหกระเหินหนีตายจากการขู่ฆ่าของภรรยาหลวง แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้พ่อลูกคู่นี้ได้พบกันจนได้ อีกทั้งพ่อหนุ่มน้อยทักกูก็ยังมีสายเลือดและพรสวรรค์ของคนทำขนมปังมาอีกด้วย .. เรื่องราวของทักกูหลังจากที่พบพ่อแล้วดูเหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่แล้วก็มีเหตุการณ์พลิกผันโชคชะตาอีกครั้ง คราวนี้เรื่องราวก็จะไปเกี่ยวข้องกับน้องชาย (ที่ความจริงต่างทั้งพ่อต่างทั้งแม่) ที่ไปล่วงรู้ความลับของผู้เป็นแม่และพ่อแท้ๆของตัวเอง รักแรกกับผู้หญิงคนเดียวกับทักกู ความรู้สึกที่เหมือนกำลังถูกแย่งความรักจากพ่อ (ไม่บังเกิดเกล้า) และรวมไปสิทธิที่เขาพึงจะได้จากการเป็นทายาทราชาขนมปัง .. ทั้งหลายแหล่ที่กล่าวมานี้เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งเรื่องราวชีวิตของคนกลุ่มนี้

เสน่ห์ของตัวละครอย่าง Kim Tak Goo (รับบทโดย Yoon Shi Yoon) ที่ใครได้ชมแล้วจะต้องหลงรักนั่นคือ “รอยยิ้ม” รอยยิ้มที่แสดงออกถึงความใสซื่อ ความจริงใจ ความอบอุ่นใจที่ส่งผ่านมาจากรอยยิ้มของคนคนนี้ .. พ่อหนุ่มยุนของเราก็แสดงได้ทะลุแก่นเลยทีเดียว คนอะไรก็ไม่รู้ยิ้มได้น่ารักดีแท้ๆ .. ตัวละครที่เป็นกระจกอีกด้านอย่าง Goo Ma Joon (รับบทโดย Joo Won) ที่แสดงถึงความเกลียดชังทักกูได้อย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกที่ดูก็คิดเหมือนกันว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้โหดร้ายกับทักกูเยี่ยงนี้ แต่พอดูไปดีดีเราก็จะรู้ว่าคนคนนี้ช่างน่าสงสารเป็นที่สุด อดีตและปมที่อยู่ในใจทำให้เขาต้องมีบุคลิกและแสดงถึงความแก่งแย่งจะเป็นที่หนึ่งมาให้จงได้ .. แต่ตัวละครที่ชอบมากพอๆกันนั่นก็คือพ่อของทักกูกับมาจุน Goo Il Jung (รับบทโดย Jun Kwang Ryul) ชอบในสิ่งที่เขาถ่ายทอดความรักที่มีต่อลูกจากการแสดงออกทางอ้อม ที่ดูแล้วก็อดยิ้มทั้งน้ำตาไม่ได้

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • ได้รับรางวัลมาอื้อซ่าเลยครับทั่นจากงาน 2010 KBS Drama Awards ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Top Excellence Award – Actress (Jun In Hwa) , Excellence Award, Mini Series – Actor (Yoon Shi Yoon) , Excellence Award, Mini Series – Actress (Eugene) , Writer Award (Kang Eun Kyung) , Youth Actor Award (Oh Jae Moo) และรางวัล Best Couple Award (Yoon Shi Yoon and Lee Young Ah)

The Greatest Love — 최고의 사랑

ต้องเกริ่นก่อนนะคะสำหรับใครที่จะหยิบเอาซีรีส์เรื่องนี้มาดูว่าอย่าลืมพกผ้าเช็ดหน้า (ถ้าหาไม่ได้อนุโลมให้ใช้กระดาษทิชชู่ค่ะ อิ อิ) .. เพราะว่าซีรีส์เรื่องนี้ .. อย่าง .. ฮาาาาาาาาาาาาาา .. สงสัยกันแล้วล่ะสิว่ามันฮาได้ขนาดนั้นเชียวเหรอต้องไปพิสูจน์ดูกันเองค่ะ

 

 

ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้เรื่องนี้มาพร้อมกับความยาว 16 ตอน ที่ว่าด้วยเรื่องราวของคู่พระคู่นางที่อยู่ในวงการบันเทิงแห่งประเทศเกาหลี .. เขาเป็นถึงสุดยอดซุป’ตาร์ที่ใครๆต่างก็รักและเป็นที่ชื่นชม .. เธอเป็นดาราที่ตกยาก อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปแห่งวงทีเซอร์มีแต่ข่าวฉาวและเสียงประณามด่าว่าเรื่องราวต่างๆในอดีตของเธอ .. เรียกได้ว่าคนสองคนที่อยู่กันคนระดับชั้นนั่นเอง .. แต่เอ๊ะ! แล้วทั้งทั้งเขาและเธอมาพบกันได้ยังไงกันเนี่ย??

 

Dokko Jin (รับบทโดย Cha Seung Won .. ยังแอบซึ้งไม่หายจากเรื่อง City Hall เลยอ่ะ) ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เอาแต่ใจตัวเองเล็กๆแต่บ่อยๆ เห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องเขาก็จะเข้าไปพิทักษ์คุณธรรมในทันที .. เมื่อสิบปีที่แล้วเขาได้เข้ารับการผ่าตัดหัวใจ (เพราะเขาเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เด็ก) และที่ห้องผ่าตัดนี้นี่เองที่ทำให้หัวใจของเขาได้ผูกพันกับเธอจากเพลงที่วงของเธอร้องไว้ .. และเมื่อเวลาผ่านมาสิบปี .. บุพเพสันนิวาสจึงบังเกิดขึ้น

 

Gu Ae-jung (รับบทโดย Gong Hyo-jin) อดีตหัวหน้าสมาชิกวงทีเซอร์ เมื่อสิบปีก่อนดังเป็นพลุแตกแต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องยุบวงส่งผลให้เธอต้องได้รับภาระอันหนักอึ้งซึ่งเป็นผลจากวงการบันเทิง (น่ากลัวจริงๆเวลาที่เป็นคนที่ถูกประชาชนทั้งประเทศเกลียด) .. แต่เธอก็สู้และอดทนเพื่อปกป้องคนอันเป็นที่รักและครอบครัวของเธอ

 

ตัวละครของพระเอกในเรื่องนี้เป็นอะไรที่รั่วมาก .. รั่วในที่นี้คือว่าเขาทำตัวได้หลุดสุดๆ .. หลุดสุดๆในที่นี้คือว่าเขาไม่ห่วงภาพพจน์อันหล่อเหลามาดเท่เลย ยิ่งเวลาที่อยู่กับนางเอกหรือตอนที่คิดอะไรอยู่คนเดียวเนี่ยจะฮามากเป็นพิเศษ .. Cha Seung Won ของเราก็แสดงได้เนียนมั่กมาก จนอดสงสัยไม่ได้ว่าบุคลิกเค้าจริงๆเป็นอย่างในตัวละครหรือเปล่า (5 5 5) จะว่าไปแล้วบุคลิกท่าทางของตัวละครในเรื่องนี้เหมือนกับใครน้า??? อ๋อ!!! เหมือนท่านจิอากิแห่ง Nodame Cantabile นั่นเอง (คิดเหมือนกันรึเปล่าจ๊ะ)

 

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • ถ้าใครกำลังหาซีรีส์น่ารักๆ (ขัดกับหน้าตาอันหล่อเหลาออกเหี้ยมนิดๆของพระเอกหน่อยนึง) ที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะพร้อมกับแอบมีน้ำตาบ้างเป็นระยะ .. หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดูเลยค่ะ
  • ตัวละครของพระเอกเกาหลีที่ไม่ค่อยจะหาดูที่ไหนได้ .. บอกได้คำเดียวว่า .. “รั่วมากกกกกกก”

I Am Legend — 나는 전설이다

ช่วงนี้ซีรีส์เกาหลีแนวร้องเพลง เต้นรำ ออกมาให้พวกเราได้ชมกันหลายเรื่องเลยทีเดียว .. ก่อนหน้านี้ได้รีวิวไปแล้วกับมินิซีรีส์เรื่อง Rock Rock Rock ที่เป็นเรื่องราวชีวิตของนักดนตรีร็อคแห่งเกาหลี .. มาคราวนี้ก็เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับข้องดนตรีร็อคเหมือนกันค่ะ แต่เป็นวงดนตรีร็อคหญิงล้วน!!!

ปล. รีวิวคราวนี้ขอไม่พูดถึงตัวละครผู้ชายนะจ๊ะ เพราะบทเด่นจริงๆก็คือสมาชิกทั้งสี่แห่งวง Come Back Madonna

 

 

ซีรีส์แนวโรแมนติก-ดนตรี-กฎหมาย เรื่องนี้มาพร้อมกับความยาว 16 ตอน (กำลังดีทีเดียว) ที่ว่าด้วยเรื่องราวความฝันและมิตรภาพดีดีของเพื่อนสาวรุ่นป้าทั้งสาม (5 5 5 ถ้าอย่างนั้นฉันก็เป็นป้าด้วยสิเนี่ยเพราะนางเอกดันเกิดปีเดียวกับฉันอ่ะ!!!) กับคุณแม่วัยรุ่นอีกหนึ่งคน ที่มารวมตัวกันในนามของ Come Back Madonna .. นอกจากเราจะได้กลิ่นอายแห่งดนตรีร็อคแล้ว เรายังได้ดูชีวิตดราม่าของนางเอกในการเรียกร้องสิทธิของตนอีกด้วย

 

Jun Seol Hee (รับบทโดย Kim Jung Eun) นักร้องนำ มือกีต้าร์ และคีย์บอร์ด ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตัวเองให้ออกพ้นมาจากสามีที่ไม่เคยดูแคลนเธอเลย รวมทั้งแม่สามีที่ไม่เคยยอมรับและให้เกียรติเธอด้วย .. นางเอกของเราร้องไห้เป็นสายน้ำเหมือนสั่งได้ เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ .. ในเรื่องนี้สาว Kim Jung Eun เธอทั้งร้องเพลงทั้งเล่นกีต้าร์ได้อย่างเนียนมาก ตอนที่ดูนึกว่ากำลังดูหนังเรื่อง 200 Pounds Beauty เพราะเธอร้องเพลงได้เพราะอย่างมืออาชีพจริงๆ

 

ตัวละครอีกตัวที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้ (สำหรับฉันนะ) ก็คงต้องเป็นคนนี้เลย Lee Hwa Ja (รับบทโดย Hong Ji Min นักแสดงและนักร้อง) มือเบสของวง อีกทั้งยังเป็นคุณแม่บ้านที่ทำงานประจำเป็นพนักงานขายดีเด่นอีกด้วย .. ถึงรูปร่างเธอจะอวบอิ่มไปซะหน่อยแต่ก็มีความน่ารักน่าหยิกน่าหยอกอยู่ไม่ใช่น้อย .. ฉากที่แสดงความรักของสามี-ภรรยาคู่นี้เป็นฉากที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี เป็นคู่ที่หวานมั่กมากหวานแบบไม่อายใครหน้าไหนเลย (อิ อิ อายแทนอ่ะ)

 

สมาชิกคนที่สาม Kang Soo In (รับบทโดย ) มือกลองของวง ที่เธอมีความตั้งใจไว้ว่าจะเป็นผู้สร้างวงดนตรีน้องใหม่ให้เติบโตและโด่งดังให้ได้ (ธุรกิจของทางบ้านนั่นเอง)

 

และสมาชิกคนสุดท้องของวง Yang Ah Reum (รับบทโดย ) มือกีต้าร์ของวง อีกทั้งยังเป็นคุณแม่ลูกอ่อนยังสาวคนนี้ จับพลัดจับผลูมาเข้าวงแบบไม่ได้ตั้งใจ จนเธอต้องถูกเรียกว่าป้าไปด้วยอีกคน

 

ระหว่างการปลุกปั้นสร้างวงดนตรีของพวกเธอนั้น เราก็จะได้ฟังเพลงเพราะๆ รวมไปถึงการต่อสู้คดีของนางเอกเราด้วย .. เราต้องมาลุ้นกันแล้วล่ะค่ะว่า สุดท้ายพวกเธอจะเลือกเดินเส้นทางแห่งวงการบันเทิงหรือไม่? ยังไง? อย่างไร?

 

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • ได้รับรางวัล 2010 SBS Drama Awards: Top Excellence Award, Special Planning Drama – สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Kim Jung Eun)
  • และรางวัล 2010 SBS Drama Awards: Top Excellence Award, Special Planning Drama – สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Hong Ji Min 5 5 5 ไม่แปลกใจเลยจ๊ะที่เจ๊ได้รางวัลนี้)

« Previous entries