Archive for รีวิวซีรีส์

To the Beautiful You — Areumdawoon Geudaeege — 아름다운 그대에게

คิดเหมือนกันมั้ยคะว่า หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นหนึ่งเรื่องสามารถสร้างซีรีส์ได้หลายเวอร์ชั่นและหลายภาษา และกี่เวอร์ชั่นก็ยังดังเป็นพลุแตกอีกด้วยสิ  (แต่บ้านเราเพิ่งมี Coffee Prince เวอร์ชั่นไทยสไตล์ไปเพียงเรื่องเดียว ดังไม่ดังอันนี้ท่านเป็นผู้ตัดสินเองดีกว่า)

ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ก็เช่นกัน ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเรื่อง Hanazakari no Kimitachie หรือเรียกสั้นๆว่า Hana Kimi มีทั้ง Japan Style (2008 รีเมคอีกครั้ง 2011) ,Taiwan Style (2006) และ Korea Style (2012) ผู้บริโภคก็รับไปเต็มๆกับความหล่อ น่ารัก ของหนุ่มๆในแต่ละประเทศ .. สำหรับอิชั้นแล้ว อิชั้นชอบเวอร์ชั่นของอู๋จุนมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะอู๋จุนเค้าเป็นนักกีฬามาก่อน พอมารับบทเป็นนักกรีฑากระโดดสูงก็เลยแม๊นแมน แอนด์ แฮนด์ซั่ม (^O^) ส่วนเอลล่า (Ella แห่งวง S.H.E.) เธอก็เหมือนผู้ชายซะเหลือเกิน ทั้งคำพูดหรือการแสดงออก ซึ่งทำออกมาได้น่ารักทีเดียวสำหรับเวอร์ชั่นไต้หวัน

วกกลับมาเกาหลีอีกรอบจ้า .. ซีรีส์ตลกวัยรุ่นผสมกับความน่ารักเรื่องนี้มาพร้อมกับความยาว 16 ตอน นำเสนอธีมความหวังและความฝันของนักกีฬา (และผู้มีหัวใจนักกีฬา) โดยในเรื่องนี้พระเอกของเราเป็นนักกรีฑากระโดดสูง Kang Tae Joon (รับบทโดย Choi Minho แห่งวง Shinee)แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดอาการที่ทางการแพทย์เรียกว่า YIPS และก็เริ่มหมดหวังกับการกระโดดสูง แต่เขาจะรู้หรือไม่ว่าเขาคือแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นสู้ และเธอคนนี้นี่เองที่จะมาจุดประกายความหวังและความฝันให้กับเขา

Goo Jae He (รับบทโดย Sulli Choi แห่งวง f(x)’s) ซึ่งเมื่อทราบข่าวร้ายเกี่ยวกับไอดอลของเธอแล้ว เธอยอมลงทุนปลอมตัวเป็นผู้ชายและการโอนย้ายไปยังโรงเรียนของแทจุน ความตั้งใจของเธอก็คือจะช่วยให้เขากลับมากระโดดสูงได้อีกครั้ง

อีกหนึ่งหนุ่มที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็น Cha Eun-gyeol (รับบทโดย Lee Hyun Woo หนุ่มหน้ามนคนน่ารักของแฟนคลับหลายๆคน) นักฟุตบอลขวัญใจสาวแท้สาวเทียม เป็นคนที่มีเสน่ห์และมีความสามารถ ด้วยความหน้าตาดีและมองโลกในแง่ดีของเขานี่เองที่ทำให้เขาได้รับความรักมากมายจากผู้หญิง แต่ตอนนี้ทำไมหัวใจของเขาถึงเต้นระรัวเวลาที่อยู่กับกูเจฮีด้วยน้า แถมเจ้าตัวกำลังสับสนว่าตกลงตัวเองรักผู้ชายด้วยกันใช่มั้ยเนี่ยยยย

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • สถานที่ถ่ายทำสวย ยิ่งเห็นห้องนอนของเด็กหอที่นี่แล้วยังอยากจะก๊อปเอามาทำห้องให้เจ้าแมตต์เลยอ่ะ
  • การถ่ายทำซีนที่พระเอกกระโดดสูงทำออกมาสวยงามมากๆ

จุดด้อยของซีรีส์เรื่องนี้

  • Wu Chun ดูดีกว่า
  • Ella Chen ชนะขาด!!
  • Jiro Wang มีความทะเล้น สดใสเป็นธรรมชาติ .. น่ารักอ่ะ
Advertisements

Baby Faced Beauty — 동안미녀

ตั้งแต่ดูละครมาเนี่ย (ไม่ว่าชาติไหน) คงจะมีเรื่องนี้แหละที่ตัวละครที่เป็นนางเอกถูกอกถูกใจและเข้าถึงตัวเจ้าของอิชั้นมากที่สุด .. สมัยก่อนเมื่อครั้งเรียนหนังสือร่ายยาวมาจนถึงสมัยนี้ที่ทำงานทำการแต่งงานมีสามีมีลูก ตัวอิชั้นก็ยังคงถูกถามไถ่ถึงอายุอานาม และพอบอกตัวเลขไปก็มักจะไม่มีใครเชื่อเพราะอายุกับหน้าตามันวิ่งไล่กวดกันไม่ทันซะเท่าไหร่นัก ซึ่งดันมาเหมือนกับนางเอกในเรื่องนี้เข้าจนได้สิเนี่ย

การกลับมาเกาหลีใต้คราวนี้ของสาว Jang Na Ra ถือว่ากลับมาได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน แถมยังมารับบทเป็น Lee So Young สาววัย 34 ที่มีความใฝ่ฝันมาแต่เด็กว่าอยากจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับคนที่สวมใส่แล้วมีความสุข .. แต่เพราะเธอไม่ได้เรียนจบจากสถาบันใดๆ (อันเนื่องมาจากปัญหาทางการเงินของครอบครัว) แถมยังอายุก็ปาไป 34 ปีแล้วด้วย ทำให้วันหนึ่งเธอถูกที่ทำงานเชิญให้ออกจากงานด้วยเหตุผลอันงี่เง่าว่าเธอหน้าเด็กคงจะหางานใหม่ทำได้ แต่ความจริงใครล่ะจะรับคนที่อายุมากแล้ว แถมยังเรียนไม่จบจากที่ไหนอีก มีแค่ประสบการณ์สิบกว่าปีเท่านั้นเอง .. ใครก็ตามที่ดูซีรีส์เรื่องนี้ก็คงพร้อมจะให้กำลังใจเธอคนนี้ไปตั้งแต่ต้นจนจบอย่างแน่นอน

Choi Jin Wook (รับบทโดย Choi Daniel) ชายหนุ่มอารมณ์ดี มีตำแหน่ง MD ของ The Style (Fashion Design Company) อายุ 27 ปี คนที่เต็มใจคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจคนที่เขาคิดว่าชื่อ “ลีโซจิน” สาวหน้าใสวัย 25 แต่แท้จริงแล้วเธอคือ “ลีโซยัง” สาวหน้าเด็กแต่อายุห่างจากเขาถึง 7 ปี .. ไม่รู้ว่าจะมีใครสังเกตหรือคิดเหมือนกันบ้างหรือเปล่าว่ารอยยิ้มและสายตาของพ่อพระเอกคนนี้เหมือนคุณพี่เรนเป็นอย่างมาก .. น่ารักอ่าาาา

แนะนำพระเอกไปแล้วก็ขอแนะนำพระรองกันบ้าง .. ตามสไตล์ซีรีส์เกาหลีเค้าแหละที่พระรองจะต้องหน้าตาดี ฐานะดี ตำแหน่งหน้าที่การงานดี ดูเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่นและอ่อนโยน และเริ่มแรกเดิมทีจะยังไม่ถูกใจนางเอกจนกว่าจะเห็นความดีของนางเอกเข้าให้ .. พระรองในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน Ji Seung Il (รับบทโดย Ryu Jin) เจ้านายและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ The Style ที่มองเห็นพรสวรรค์และความสามารถในการออกแบบและตัดเย็บ เค้าอาจจะไม่ได้ช่วยเหลือนางเอกของเราโดยตรงแต่ก็แอบทำให้แม่ยกหลายๆคนปลื้มใจแทนนางเอก (5 5 5)

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • อบอวนด้วยรอยยิ้ม ความสุข ความสนุก และเพลิดเพลินไปกับการได้ดูเหล่าดีไซน์เนอร์ออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า (ชอบจริงๆ)
  • 2011 KBS Drama Awards : Excellence Award for Mini Series, Actor (Choi Daniel) , Excellence Award for Mini Series, Actress (Jang Na Ra)

Last Friends –ラスト・フレンズ

เป็นความบังเอิญโดยแท้จริง ถ้าหากวันนั้นไม่ได้เลื่อนช่องดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ ไล่จนถึงช่องของ Asian Series เลบทำให้เกิดการตัดสินใจที่จะดูซีรีส์ญี่ปุ่นยอดเยี่ยมเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบให้ได้ .. เสน่ห์และกลิ่นอายของซีรีส์ญี่ปุ่นก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างดีอีกเช่นเคย

 

 

ซี่รีส์ญี่ปุ่นในปี 2008 (สี่ปีเลยเหรอเนี่ยแต่ทำไมตอนดูถึงรู้สึกว่าตัวละครหลักๆในเรื่องหน้าตาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใดเลยอ่ะ) มาพร้อมกับความยาวเพียง 11 ตอนเท่านั้น อาจจะดูไม่จุใจแต่ก็อัดแน่นความเป็นดราม่าตั้งแต่ต้นจนจบเลยล่ะ ก็เพราะรูปแบบของความรักที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างหลากหลายนั่นเอง

 

ความรักแบบแรกเป็นความรักที่เห็นแก่ตัวของชายคนหนึ่งที่มีต่อแฟนสาวประเภทรักมากจึงหวงมากของ Oikawa Sosuke  (รับบทโดย Nishikido Ryo) ชายหนุ่มที่ทำงานอยู่กองสวัสดิการครอบครัวและเด็ก กับ Aida Michiru (รับบทโดย Nagasawa Masami) ผู้ช่วยพนักงานร้านเสริมสวย .. เริ่มแรกรักของทั้งคู่ดูไปก็หวานชื่นอยู่ไม่น้อย ถ้าใครมาเป็นมิชิรุก็ต้องรู้สึกเหมือนตัวเองช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีเหลือเกินที่มีแฟนหนุ่มคอยดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี .. แต่ความโหดร้ายกลับมาปรากฏหลังจากที่มิชิรุยอมตกลงใจย้ายไปใช้ชีวิตอยู่กับโซซุเกะซะนี่!!!

 

ความรักแบบที่สองเป็นความรักที่บริสุทธิ์ใจของ Kishimoto Ruka (รับบทโดยUeno Juri) สาวทอมบอยนักขี่มอเตอร์ครอสที่มีให้กับเพื่อนสมัยเรียนมัธยมอย่างมิชิรุ .. รักแบบไม่เคยได้บอกรัก รักแบบไม่เคยได้บอกความในใจ รักที่พร้อมยินดีไปกับคนที่ตัวเองรัก .. ในยามที่มิชิรุมีความสุข รูกะก็มีความสุขไปกับเธอด้วย แต่เมื่อใดที่มิชิรุต้องเสียน้ำตา รูกะคนนี้ก็ไม่ยอมอยู่เฉย แม้ร่างกายจะเป็นหญิงแต่จิตใจของรูกะนั่นแมนทั้งใจ

 

ความรักแบบถัดมาเป็นความรักของ Mizushima Takeru  (รับบทโดย Eita) ช่างแต่งที่มีต่อรูกะ .. เมื่อครั้นยังเด็กเขามีปัญหาครอบครัวที่ส่งผลให้กลายเป็นปมทางใจของเขามาจนโต คนรอบข้างบางคนมักจะมองเขาเป็นผู้ชายแบบไม่เต็มชาย หรือบางครั้งก็จะถูกผู้หญิงลวนลามด้วยสายตาและคำพูด จนกระทั่งเขามากับรูกะ .. แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีหวังที่จะได้รับความรักแบบชาย-หญิงจากรูกะ แต่เขาเองก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างตลอดไป

 

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • กลิ่นอายและความเป็นดราม่าของซีรีส์ญี่ปุ่นยังคงกรีดอารมณ์คนดูได้ดีเช่นเดิม
  • Tokyo Drama Awards: Best Youth Drama , Best Actress – Ueno Juri
  • Television Drama Academy Awards: Best Drama , Best Supporting Actress – Ueno Juri , Best Supporting Actor – Nishikido Ryo , Best Director , Best Script , Best Theme Song
  • Nikkan Sports Drama Grand Prix (Spring 2008): Best Supporting Actor – Nishikido Ryo , Best Supporting Actress – Ueno Juri

King of Baking, Kim Tak Goo — 제빵왕 김탁구

คงต้องสารภาพก่อนว่า ความจริงแล้วเกือบจะไม่ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วด้วยซ้ำ เพราะอ่านดูเรื่องย่อแล้วก็รู้สึกว่างั้นๆแหละ ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย .. สงสัยใช่มั้ยล่ะว่าทำไมถึงย้อนกลับมาดูซีรีส์เรื่องนี้ ขอเฉลยเลยว่าที่ดูเรื่องนี้ก็เพราะพ่อหนุ่มยิ้มสยาม Yoon Shi Yoon พระเอกของเรื่องนี้นี่เองเพราะดันไปดูเรื่อง Me Too, Flower! เข้าให้เลยติดใจนักแสดงหนุ่มคนนี้ ที่แท้ก็แสดงเรื่อง Baker King, Kim Tak Goo มาก่อนนี่เอง เกือบพลาดซีรีส์ดีดีแล้วสิเรา

เคยอ่านแต่การ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนทำขนมปัง เลยไม่ได้คาดหวังว่าซีรีส์เกาหลีจะถ่ายทอดเรื่องราวของการทำขนมปังออกมาได้อย่างเต็มเหนี่ยวอย่างนี้ เพราะคิดว่าคงจะเน้นดราม่าหนักๆตามสไตล์กิมจิแล้วค่อยสอดไส้ขนมปังมานิดๆหน่อยๆก็เท่านั้นเอง .. แต่ที่ไหนได้ เกินความคาดหมายครับทั่นผู้ชม ซีรีส์เรื่องนี้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละคร รวมถึงจิตวิญญาณและความรักที่มีต่อการทำขนมปังของของคนทำขนมปังออกมาได้อย่างน่าติดตามมาก

ซีรีส์สำหรับครอบครัวที่แฝงความเป็นโรแมนติกดราม่าเรื่องนี้มาพร้อมกับยาวถึง 30 ตอนกันเลยทีเดียว (ดูให้อิ่มขนมปังจนจุกว่างั้นเถอะ) ว่าด้วยเรื่องราวของ Kim Tak Goo ลูกนอกสมรสของท่านประธานแห่ง Samhwa Enterprise (บริษัทใหญ่ที่ผลิตขนมปังของประเทศ) โดยผู้เป็นแม่ที่เข้าข่ายเป็นภรรยาน้อยหรือภรรยานอกสมรสต้องระหกระเหินหนีตายจากการขู่ฆ่าของภรรยาหลวง แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้พ่อลูกคู่นี้ได้พบกันจนได้ อีกทั้งพ่อหนุ่มน้อยทักกูก็ยังมีสายเลือดและพรสวรรค์ของคนทำขนมปังมาอีกด้วย .. เรื่องราวของทักกูหลังจากที่พบพ่อแล้วดูเหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่แล้วก็มีเหตุการณ์พลิกผันโชคชะตาอีกครั้ง คราวนี้เรื่องราวก็จะไปเกี่ยวข้องกับน้องชาย (ที่ความจริงต่างทั้งพ่อต่างทั้งแม่) ที่ไปล่วงรู้ความลับของผู้เป็นแม่และพ่อแท้ๆของตัวเอง รักแรกกับผู้หญิงคนเดียวกับทักกู ความรู้สึกที่เหมือนกำลังถูกแย่งความรักจากพ่อ (ไม่บังเกิดเกล้า) และรวมไปสิทธิที่เขาพึงจะได้จากการเป็นทายาทราชาขนมปัง .. ทั้งหลายแหล่ที่กล่าวมานี้เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งเรื่องราวชีวิตของคนกลุ่มนี้

เสน่ห์ของตัวละครอย่าง Kim Tak Goo (รับบทโดย Yoon Shi Yoon) ที่ใครได้ชมแล้วจะต้องหลงรักนั่นคือ “รอยยิ้ม” รอยยิ้มที่แสดงออกถึงความใสซื่อ ความจริงใจ ความอบอุ่นใจที่ส่งผ่านมาจากรอยยิ้มของคนคนนี้ .. พ่อหนุ่มยุนของเราก็แสดงได้ทะลุแก่นเลยทีเดียว คนอะไรก็ไม่รู้ยิ้มได้น่ารักดีแท้ๆ .. ตัวละครที่เป็นกระจกอีกด้านอย่าง Goo Ma Joon (รับบทโดย Joo Won) ที่แสดงถึงความเกลียดชังทักกูได้อย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกที่ดูก็คิดเหมือนกันว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้โหดร้ายกับทักกูเยี่ยงนี้ แต่พอดูไปดีดีเราก็จะรู้ว่าคนคนนี้ช่างน่าสงสารเป็นที่สุด อดีตและปมที่อยู่ในใจทำให้เขาต้องมีบุคลิกและแสดงถึงความแก่งแย่งจะเป็นที่หนึ่งมาให้จงได้ .. แต่ตัวละครที่ชอบมากพอๆกันนั่นก็คือพ่อของทักกูกับมาจุน Goo Il Jung (รับบทโดย Jun Kwang Ryul) ชอบในสิ่งที่เขาถ่ายทอดความรักที่มีต่อลูกจากการแสดงออกทางอ้อม ที่ดูแล้วก็อดยิ้มทั้งน้ำตาไม่ได้

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • ได้รับรางวัลมาอื้อซ่าเลยครับทั่นจากงาน 2010 KBS Drama Awards ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Top Excellence Award – Actress (Jun In Hwa) , Excellence Award, Mini Series – Actor (Yoon Shi Yoon) , Excellence Award, Mini Series – Actress (Eugene) , Writer Award (Kang Eun Kyung) , Youth Actor Award (Oh Jae Moo) และรางวัล Best Couple Award (Yoon Shi Yoon and Lee Young Ah)

Ikemen Desu Ne — You’re Beautiful (JAPAN)

ได้เวลากลับมารีวิวซีรีส์กันอีกครั้งแล้วจ้า หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงวิกฤตการณ์มหาอุทกภัยมาได้ 2-3 อาทิตย์ .. ความจริงช่วงสองเดือนกว่าๆที่ผ่านมาก็นั่งดูซีรีส์เกาหลีจบไปหลายเรื่องเหมือนกัน แต่ขอไม่รีวิวคราวนี้นะจ๊ะเพราะว่าครั้งนี้จะขอมากรี๊ดซซซซกันอีกรอบกับ A.N.JELL จากแดนอาทิตย์อุทัยกันจ้าพี่น้อง!!!!

You’re Beautiful version JAPAN ที่นำมารีเมคใหม่นี้มาพร้อมกับความยาว 11 ตอน ที่ถ่ายทอดเรื่องราวกุ๊กกิ๊กๆกวนหัวใจของหนุ่มๆแห่งวง A.N.JELL .. สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนี้จะเห็นได้ว่าการดำเนินเรื่องครั้งนี้จะมีความกระชับ ไม่เยิ่นเย่อ ไม่มีน้ำ มีแต่เนื้อๆ ทำให้การดู You’re Beautiful ในครั้งนี้ไม่มีคำว่าเบื่อ .. สำหรับเรทติ้งก็ใช่ย่อยนะเพราะได้ไปถึง 9.94% เชียวแน่ะ เอาล่ะสิอยากจะตามหามาดูกันแล้วใช่มั้ยล่ะจ๊ะ (อิ อิ)

ขอแนะนำตัวละครสำคัญๆก่อนนะโดยเริ่มกันที่สามหนุ่มสามสไตล์สมาชิกแห่งวง A.N.JELL (ซึ่งได้บรรดาลูกศิษย์แห่ง Johnny’s Entertainment มาแสดงในเรื่องนี้) อันประกอบดัวย Katsuragi Ren (รับบทโดย Tamamori Yuta) ถ้าเปรียบเทียบเรื่องรูปร่างหน้าตาแล้ว ก็นับว่าเวอร์ชั่นนี้มีความเป็นชายมาดแมนมากกว่าเวอร์ชั่นเกาหลี ความเอาแต่ใจหรืออีโก้กำลังพอเหมาะ ให้ 8 เต็ม 10 ละกันสำหรับคนนี้ .. สมาชิกคนถัดมา (พระรองของเรานี่เอง) Fujishiro Shu (รับบทโดย Fujigaya Taisuke ถ้ายังจำเค้าได้จากเรื่อง Misaki Number One!! ที่เคยได้รีวิวเอาไว้แล้ว) ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นเกาหลีหรือญี่ปุ่น ตัวละครตัวนี้ก็น่าสงสารและน่าเห็นใจ แถมยังเรียกคะแนนจากผู้ชมได้เป็นอย่างดีเช่นเคย การถ่ายทอดแสดงอารมณ์ที่บ่งบอกถึงความรักและความห่วงใยที่มีให้กับนางเอกก็ช่างประทับใจซะจริงๆ จนอยากจะให้เรื่องนี้ไม่ต้องมีบทพระเอกได้มั้ย 5 5 5 สำหรับการแสดงของพ่อหนุ่ม Taisuke ในเรื่องนี้ให้คะแนนไปเต็ม 10 เลยจ๊ะ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเกาหลีแล้ว ชูซังในเรื่องยังคงมีความอบอุ่นเหมือนเช่นเดิม .. สมาชิกคนถัดมา Hongo Yuki (รับบทโดย Yaotome Hikaru) ยูกิซังจะเป็นคนที่ร่าเริงสดใส ยิ้มแต่ละทีเล่นเอาป้าเคลิ้มไปเชียวล่ะ หน้าตาน่ารักน่าชังน่าเอามาเลี้ยงเป็นพี่ชายเจ้าแมตต์ที่บ้านจริงๆ (อิ อิ อิ) เวอร์ชั่นนี้ถือว่าเลือกคนมาแสดงในบทนี้ได้เหมาะสมดีทีเดียว ให้คะแนนเต็มสิบอีกเหมือนกัน .. และสมาชิกคนสุดท้ายจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ Sakuraba Mio หรือ Sakuraba Miko นั่นเอง (รับบทโดย Takimoto Miori) สำหรับเวอร์ชั่นนี้ก็ดูน่ารักตามสไตล์สาวคาวาอิ ดูแล้วก็ไม่เกิดอาการเอาไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเกาหลี เพราะมิโอะซังในเรื่องนี้มีความเป็นตัวของตัวเอง ดูแล้วไม่ตะขิดตะขวงใจ ให้เต็มสิบอีกเช่นกัน

จะว่าไปแล้วกลิ่นอายการนำเสนอเรื่องราวของซีรีส์ญี่ปุ่นก็ยังมีความเป็นเอกลักษณ์แบบที่เราสามารถสัมผัสได้ .. ความกระชับของเรื่องราวที่ไม่ปล่อยให้เยิ่นเย่อหรือยืดยาวจนเกินไป (เรียกได้ว่าตัดไอ้ที่เป็นน้ำๆออกไปหมด) ทำให้เราไม่รู้สึกว่าเคยดูเวอร์ชั่นเกาหลีมาก่อน .. แถมยังได้เชิญดาราและศิลปินของญี่ปุ่นออกมาแจมด้วยหลากคน ไม่ว่าจะเป็น Koda Kumi , Tsujimoto Yuto , Yabe Yukiko  หรือแม้แต่ป๋า Shingo Katori สมาชิกวง SMAP ก็ยังอุตส่าห์ออกมาปล่อยมุกให้พวกเราได้ฮากันแป่บนึงอีกด้วย และที่สำคัญถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ซีรีส์เรื่องนี้ นั่นก็คือการได้แขกรับเชิญอย่างหนุ่มหน้าหวานแดนกิมจิ Jang Keun-Suk มาร่วมจอยด้วยนั่นเอง (แต่หน้าตาคุณน้องดูเปลี่ยนไปนะจ๊ะ ไม่ค่อยน่ารักเหมือนเมื่อก่อนเลยอ่ะ) อีกทั้งยังมีการนำเพลงประกอบมาดัดแปลงเนื้อเพลงให้เป็นภาษาญี่ปุ่นอีกด้วย

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  • การนำเอาศิลปินในค่าย Johnny’s Entertainment มารับบทเป็นสมาชิกวง A.N.JELL ก็ถือได้ว่าเรียกคะแนนเหล่าแฟนคลับชาว J-POP ได้พอสมควร

« Previous entries