Phone Braver 7-มือถือยอดนักสืบ

สำหรับซีรีส์ญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเหล่ายอดมนุษย์ที่แปลงร่างได้นั้น ต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่ค่อยสันทัดกรณีสักเท่าไหร่ เพราะความเป็นเด็กในตัวมันเลือนหายไปตามเวลาและอายุที่เพิ่มขึ้น (แต่ถ้าคุณสามีที่บ้านล่ะก็ รายนั้นไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรือไม่การ์ตูนพี่ท่านก็ช้อบชอบดูซะเหลือเกิน)

Phone Braver 7

K-tai Investigator 7 หรือที่เราคุ้นชื่อและรู้จักกันดีใน Phone Braver 7 ที่ออกอากาศในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2008 เป็นซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน — เปิดเรื่องมาไอ้เราก็นึกว่าเป็น Transformer เวอร์ชั่นพี่ยุ่นซะนี่ แถมโทรศัพท์มือถือยังแปลงร่างและก็วิ่งซุกซนได้อีก พัฒนาการเยอะขึ้นมาหลายขุมเชียวนะนี่ (จากยอดมนุษย์แปลงร่างก็เป็นมือถือแปลงร่าง)

นักสืบของ Under Anchor ก็จะประกอบไปด้วยคนและโทรศัพท์มือถือ!!?? — ตัวละครหลักในเรื่องคงจะหนีไม่พ้นบรรดาเจ้าโทรศัพท์มือถือเดิน(แปลงร่าง)ได้ แถมยังสามารถใส่ Accessory ต่างๆเข้าไปได้อีก ลูกเล่นเยอะจริงๆ – ไม่ว่าจะเป็น Phone Braver 7 ชื่อเล่นๆว่า “เซเว่น” พระเอกตัวน้อยของเรา เป็นโทรศัพท์มือถือสีเงิน — Phone Braver 01 หรือ “ซีโร่วัน” วายร้ายตัวน้อยๆที่พระเอกของเราต้องต่อกรด้วย เป็นโทรศัพท์มือถือสีดำสนิท — Phone Braver 3 หรือที่เรียกว่า “เธิร์ด” เครื่องนี้จะเป็นสีน้ำเงิน — และก็ยังมี Phone Braver 2 และ Phone Braver 4 อีกด้วย

สำหรับอุปกรณ์เสริม (Boost) ที่เราจะได้เห็นในเรื่องนี้ก็จะมี Boost Phone Seeker (เครื่องที่มีประสิทธิภาพในการค้นหาสูง) น่าตาก็จะออกมาดูน่ารักเชียว สีสันก็สดใสกว่าใครเพื่อน — ถัดมาก็จะเป็น Boost Phone Speaker (สามารถส่งคลื่นที่มีกำลังสูงออกไปได้ ยังกะ super stero เลยอ่ะ) — Boost Phone Demolition — Boost Phone Grinder — Boost Phone Analyzer — Boost Phone Medic — Boost Phone Solid Driver และก็ Boost Phone Observer

คราวนี้เรามาพูดถึงบัดดี้ของเจ้าเหล่า Phone Braver กันบ้างดีกว่า — คนแรกคงจะหนีไม่พ้นบัดดี้ของเซเว่น นั่นก็คือ Takimoto Sosuke (รับบทโดย Tsuda Kanji) ซึ่งเป็นบัดดี้คนแรกของเซเว่น แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เซเว่นต้องเปลี่ยนบัดดี้มาเป็น Amishima Keita (รับบทโดยหนุ่มน้อยหน้าใส Kubota Masataka เคยรับเชิญใน Mop Girl ตอนที่ 7) หนุ่มมัธยมปลายที่โดยเพื่อนๆล้อว่า “เจ้าอากาศ” แต่ลึกๆแล้วเป็นเด็กที่มีจิตใจดีเลยทีเดียว เห็นคนอื่นเดือดร้อนจะต้องเข้าไปช่วย และก็จับพลัดจับผลูเข้าสู่การเป็นนักสืบ(ฝึกหัด)โดยไม่ได้ตั้งใจ — สำหรับบัดดี้ของเธิร์ดก็คือ Kirihara Daiki (รับบทโดย Matsuda Satoshi เหล่าสาวกอาจจะยังจดจำได้ดีในบทของ Ren Akiyama หรือ Kamen Rider Knight จากเรื่อง Kamen Rider Ryuki) ซึ่งในเรื่องนี้จะไม่ชอบขี้หน้าเคย์ตะเอาซะเลย แถมไม่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ตอีกต่างหาก และพยายามจะต่อกรกับซีโร่วันให้จงได้ — สำหรับบัดดี้ของเจ้าซีโร่วันนั้น ตามข้อมูลที่รับทราบมาจะเคยมีบัดดี้อยู่สามคนด้วยกัน (ไปตามหาดูละกันนะจ๊ะ) เจ้านี้เปลี่ยนบัดดี้เป็นว่าเล่นเลยแฮะ

OST. ของเรื่องไม่ว่าจะเป็น Opening Theme เพลง Wake You Up ก็ได้ Hitomi Shimatani มาขับร้อง ฟังแล้วติดหูดี — Ending Themes ของตอนที่ 1-3 เพลง Sands of Time (ร้องโดยวง Back-On) ตอนที่ 14-35 เพลง Rain (ร้องโดย Olivia Lufkin) และตอนที่ 36-45 เพลง Yumemiru.. (ร้องโดย Nanase Aikawa)

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้ 

  • ก็ต้องโทรศัพท์มือถือเดินได้และแปลงร่างได้แน่นอนอยู่แล้ว!! 
  • การดำเนินเรื่องในแต่ละตอนทำได้กระชับรวบรัดดี ดูแล้วเพลิน พอจบแต่ละตอนก็จะเผลออุทานว่า “จบแล้วเหรอ?(ไวจัง)” 
  • มีรางวัลการันตีด้วยนะจ๊ะ นั่นก็คือรางวัล 1st Tokyo Drama Awards (July 2007-June 2008) ในสาขา Best Kids Drama — ใช่ย่อยนะเรา

จุดด้อยของซีรีส์เรื่องนี้ 

  • รู้มั้ยว่าดูแล้วมันทำให้เกิดกิเลส — อย่างมี Phone Braver บ้างง่ะ!!!
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: